เรียนรู้เรื่องหนี้
ทำความเข้าใจเรื่องหนี้และอันตรายของมัน
ปัญหาของหนี้
ลองจินตนาการว่าตอนนี้กลางเดือนและบิลต่างๆ ก็ยังมาเรื่อยๆ คุณจ่ายขั้นต่ำค่ามอเตอร์ไซค์ บัตรเครดิตสามใบ และไอโฟนที่ซื้อให้ตัวเองเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วไปแล้ว แต่คุณยังเป็นหนี้เพื่อน ญาติ และเจ้าหนี้นอกระบบอีก พวกเขาจะโทรมาทวงเร็วๆ นี้ แต่เงินเดือนส่วนใหญ่หมดไปแล้ว ค่าเช่าบ้านและค่าไฟงวดถัดไปครบกำหนดก่อนวันเงินเดือนออก คุณยังต้องเติมน้ำมันและซื้ออาหารอีกสองสัปดาห์ แต่ตู้เย็นและถังน้ำมันก็เกือบหมดทั้งคู่
แล้วลูกก็ต้องการรองเท้าคู่ใหม่เพราะคู่เก่าพังตอนเตะบอล มอเตอร์ไซค์มีเสียงแปลกๆ ที่คุณรู้ว่าควรซ่อม และญาติโทรมาขอความช่วยเหลือเพราะธนาคารจะยึดรถกระบะใหม่ที่ซื้อมาแต่ผ่อนไม่ไหว คุณเปิดแอปธนาคารดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าหวังว่ายอดเงินจะเปลี่ยนไป แล้วก็สงสัยว่า “ทำไมทำงานหนักขนาดนี้ แต่ชีวิตไม่เคยดีขึ้นเลย?!” เดือนนี้คุณอาจจ่ายบิลทุกอย่างได้และซื้ออาหารพอกิน แต่หลังจากนั้นแทบไม่เหลืออะไรเลย ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน ไม่มีเงินเก็บเพื่ออนาคตลูก ไม่มีเงินสำหรับความฝันที่เคยมี พอมีปัญหาอีก ก็ต้องกู้อีก
หนี้ไม่ได้แค่ขโมยเงินของคุณ
มันขโมยความสงบใจและทำให้คุณติดอยู่ในวงจรเดิมเดือนแล้วเดือนเล่า
ถ้าคุณรู้สึกว่าเรื่องนี้เหมือนกับชีวิตคุณ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว! คุณไม่ใช่คนไม่ดีถ้ามีหนี้หรือกำลังดิ้นรนผ่อนชำระ เราทุกคนเคยทำผิดพลาดเรื่องเงิน เป้าหมายของเว็บไซต์นี้คือให้ความหวังว่าอิสรภาพจากหนี้เป็นไปได้!
หนี้ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง ทุกบาทที่คุณจ่ายให้เจ้าหนี้คือเงินที่ควรจะนำไปสร้างอนาคต แต่กลับไปเข้ากระเป๋าคนอื่น มันทำให้คุณก้าวไปข้างหน้าช้าลงและฉุดรั้งคุณไว้ เครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งคือรายได้ของคุณ แต่ถ้าคุณส่งเงินก้อนใหญ่ให้เจ้าหนี้ เครื่องมือนั้นก็ทำหน้าที่ไม่ได้อย่างที่ควร หลายคนอยากให้คุณเชื่อว่าหนี้คือคำตอบสู่ความร่ำรวย คุณอาจได้ยินจากเพื่อน ญาติ โฆษณา และธนาคาร แต่สำหรับคนจำนวนมาก หนี้ไม่ใช่อะไรเลยนอกจากเครื่องมือขุดหลุมลึกที่รู้สึกว่าจะปีนออกมาไม่ได้ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีปลดหนี้ โปรดไปที่หน้าวิธีปลดหนี้แบบสโนว์บอล เรายังมีเครื่องคำนวณที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ด้วย
ประเภทของหนี้
หนี้มีหลักประกัน
ค้ำประกันด้วยทรัพย์สินของคุณ เช่น รถยนต์หรือบ้าน ถ้าคุณหยุดผ่อน เจ้าหนี้สามารถยึดทรัพย์สินนั้นคืนได้
หนี้ไม่มีหลักประกัน
ไม่ได้ผูกกับทรัพย์สินใด เช่น บัตรเครดิต ค่ารักษาพยาบาล หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะมีความเสี่ยงมากกว่าสำหรับเจ้าหนี้ จึงมักมีดอกเบี้ยสูงกว่า
หนี้หมุนเวียน
ให้คุณกู้ยืมได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่น บัตรเครดิต วงเงินที่ใช้ได้จะกลับมาเมื่อคุณชำระคืน
หนี้ไม่หมุนเวียน
สินเชื่อครั้งเดียวที่ผ่อนชำระตามระยะเวลา เช่น สินเชื่อรถยนต์หรือสินเชื่อบ้าน เมื่อชำระครบ บัญชีก็ปิด
ดอกเบี้ย 0% ไม่ได้แปลว่าฟรี คุณยังต้องจ่ายค่างวดทุกเดือน ค่างวดน้อยๆ ซ่อนต้นทุนที่แท้จริง การผิดนัดชำระนำไปสู่ค่าธรรมเนียมหรือปัญหาอื่นๆ และข้อเสนอ 0% ล่อใจให้คุณซื้อของที่ปกติจะไม่ซื้อ หนี้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ถูกทำการตลาดอย่างหนักที่สุดในโลก ทำไมร้านค้าโฆษณาค่างวดแทนราคารวม? เพราะพวกเขาได้เงินมากกว่าเมื่อคุณผ่อน ทำไมธนาคารผลักดันสินเชื่อมากกว่าผลิตภัณฑ์การลงทุน? เพราะพวกเขาได้กำไรจากหนี้ของคุณมากกว่าเงินออมของคุณ
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อทั่วไปในประเทศไทย
หนี้บางประเภทมีความเสี่ยงมากกว่าประเภทอื่น สินเชื่อบ้านและสินเชื่อการศึกษามักมีความเสี่ยงต่ำกว่า สินเชื่อรถยนต์มีความเสี่ยงมากกว่าเพราะคุณจ่ายดอกเบี้ยในขณะที่ทรัพย์สินเสื่อมราคา หนี้อุปโภคบริโภคดอกเบี้ยสูงอันตรายที่สุด รวมถึงบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้นอกระบบ และสินเชื่อจากผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร ไม่ว่าดอกเบี้ยจะเท่าไหร่ หนี้ทุกประเภทมีความเสี่ยง การไม่มีหนี้ทำให้สบายใจกว่า
| ประเภทสินเชื่อ | ดอกเบี้ยต่อปี |
|---|---|
| กยศ (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) | ~1% |
| สินเชื่อบ้าน | ~5–8% |
| สินเชื่อรถยนต์ใหม่ (ธนาคาร) | ~6–10% |
| สินเชื่อรถยนต์มือสอง (ธนาคาร) | ~8–12% |
| บัตรเครดิต | สูงสุด 16% |
| สินเชื่อส่วนบุคคล (ธนาคาร) | สูงสุด 25% |
| สินเชื่อส่วนบุคคล (นอกธนาคาร) | ~18–28% |
| หนี้นอกระบบ | ~120–240% |
*อัตราดอกเบี้ยโดยประมาณจากการวิจัย อัตราจริงอาจแตกต่างกัน
สินเชื่อการศึกษา
ถ้าคุณสามารถเรียนจนได้ปริญญา ใบอนุญาต หรือประกาศนียบัตรที่เพิ่มทักษะและรายได้ นั่นเป็นเป้าหมายที่ดี สินเชื่อการศึกษามักมีดอกเบี้ยต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับหนี้ประเภทอื่น และคุณได้รับความรู้ที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ แต่คุณก็ยังควรพยายามหลีกเลี่ยงสินเชื่อการศึกษาถ้าเป็นไปได้
หนี้สูงเกินไปเมื่อเทียบกับรายได้
นักศึกษากู้ ฿600,000 เพื่อเรียนปริญญาที่มักนำไปสู่เงินเดือนเริ่มต้น ฿12,000/เดือน ตัวเลขแบบนี้ไม่คุ้มเลย!
เลือกชื่อเสียงมากกว่าความคุ้มค่า
มหาวิทยาลัยเอกชนค่าเรียน ฿700,000 ในขณะที่มหาวิทยาลัยรัฐที่เปิดสอนสาขาเดียวกันค่าเรียน ฿150,000 ปริญญาและรายได้ในอนาคตอาจเท่ากัน แต่หนี้ต่างกันมาก
เรียนในสิ่งที่ชอบแต่ไม่มีแผน
บางคนเรียนสาขาที่ชอบแต่ไม่เคยตรวจสอบว่ามีงานรองรับหรือไม่ ภายหลังพบว่าไม่มีงาน! ศึกษาข้อมูลสาขาและพูดคุยกับคนที่ทำงานในสาขานั้นก่อนตัดสินใจเลือกเรียน
สินเชื่อ กยศ คิดดอกเบี้ยประมาณ 1% และดอกเบี้ยไม่ทบต้น ทำให้ปลอดภัยกว่าสินเชื่อส่วนใหญ่ ถ้าจำเป็นต้องกู้เพื่อการศึกษา นี่คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด แต่ดอกเบี้ยต่ำไม่ได้แปลว่าควรเก็บหนี้นี้ไว้นานๆ การปลดหนี้จะเร่งการสร้างความมั่งคั่งของคุณ
จำไว้: สินเชื่อรัฐบาลมีผลบังคับทางกฎหมาย รัฐบาลมีอำนาจติดตามทวงชำระค่อนข้างมากและสามารถหักเงินเดือนได้ นายจ้างอาจถูกสั่งให้หักเงินผ่อนชำระจากเงินเดือนของคุณ
สินเชื่อบ้าน
สินเชื่อบ้านคือสินเชื่อระยะยาวที่ใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ บ้านเป็นหลักประกัน หมายความว่าถ้าคุณหยุดผ่อน ธนาคารสามารถยึดบ้านได้ จนกว่าจะชำระสินเชื่อครบ ธนาคารยังมีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายเหนือทรัพย์สินนั้น คุณยังไม่ได้เป็นเจ้าของเต็มตัว
ธนาคารมักใช้คำว่า MRR (Minimum Retail Rate) และ MLR (Minimum Loan Rate) โดยปกติคุณจะได้ดอกเบี้ยโปรโมชั่นที่ต่ำกว่าในช่วงสองสามปีแรก หลังจากช่วงโปรโมชั่น อัตราดอกเบี้ยมักกลายเป็น MRR ลบส่วนลด อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในไทยช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 5% ถึง 7%
ลองใช้เครื่องคำนวณสินเชื่อบ้านของเราเพื่อคำนวณค่างวด และดูว่าการตัดสินใจเล็กๆ สามารถช่วยประหยัดเวลาและเงินได้มหาศาลแค่ไหน
เมื่อไหร่ควรซื้อ: ซื้อก็ต่อเมื่อคุณปลดหนี้อุปโภคบริโภคแล้ว มีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว และเก็บเงินดาวน์ได้ 20% แล้วเท่านั้น นอกจากนี้ การซื้อจะเหมาะสมที่สุดถ้าคุณวางแผนจะอยู่ในพื้นที่นั้นอย่างน้อย 5 ปี ค่างวดสินเชื่อบ้านควรไม่เกิน 25–30% ของรายได้สุทธิ ธนาคารอาจอนุมัติวงเงินที่สูงกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรกู้มากขนาดนั้น ควรให้ค่างวดอยู่ในระดับที่งบประมาณรับไหว เพื่อให้ยังมีพื้นที่หายใจในงบของคุณ
เมื่อไหร่ควรเช่า: คุณควรเช่าต่อไปในขณะที่กำลังปลดหนี้อุปโภคบริโภค สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน หรือเก็บเงินดาวน์ให้มากขึ้น และยังควรเช่าถ้าไม่แน่ใจว่าจะอยู่ในพื้นที่นั้นนานแค่ไหน
สินเชื่อรถยนต์
การซื้อรถไม่ใช่แค่การตัดสินใจเรื่องการเดินทาง บางครั้งมันเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สร้างหรือทำลายความมั่งคั่งมากที่สุดที่คุณจะเคยทำ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดเรื่องรถในมุมนี้ ทำไม? เพราะเราชอบรถ
หลายคนเป็นหนี้รถยนต์ตลอดเวลาเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าคุณกู้ซื้อรถ คุณจ่ายดอกเบี้ยและเสียมูลค่าไปพร้อมกัน เหมือนถูกลงโทษสองเท่า รถใหม่มักเสียมูลค่า ~10% ในเดือนแรก 20% ในปีแรก และมากถึง 60% ภายใน 5 ปี เมื่อผ่านไปประมาณ 5 ปี อัตราการเสื่อมราคามักจะช้าลง รถส่วนใหญ่ยังใช้งานได้ดีอีกหลายปี ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องซื้อรถใหม่เพื่อการเดินทางที่เชื่อถือได้
*ค่าเสื่อมราคาโดยประมาณแตกต่างกันตามรุ่น อายุ สภาพ ระยะทาง และความต้องการของตลาด1
ข้อดี
ค่าบำรุงรักษาถูกกว่า ค่าไฟฟ้ามักถูกกว่าน้ำมันต่อกิโลเมตร 50–75% ดีต่อสิ่งแวดล้อม ขับเงียบกว่า
ข้อเสีย
ค่าประกันแพงกว่า ค่าเสื่อมราคาสูงกว่า แบตเตอรี่เปลี่ยนราคาแพง โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จในไทยยังพัฒนาอยู่ ตลาดรถ EV มือสองยังเล็ก
รถ EV อาจมีสัดส่วนมากขึ้นในตลาดเมื่อเวลาผ่านไป และค่าเชื้อเพลิงและบำรุงรักษาถูกกว่าจริง แต่สำหรับคนที่มุ่งเน้นปลดหนี้วันนี้ รถน้ำมันมือสองที่เชื่อถือได้ ราคาถูก และดูแลง่ายเป็นตัวเลือกทางการเงินที่ปลอดภัยกว่า
บัตรเครดิต
บัตรเครดิตไม่ใช่เงินฟรี มันคือสินเชื่อระยะสั้นดอกเบี้ย 0% ที่สามารถกลายเป็นสินเชื่อระยะยาวดอกเบี้ย 16% ได้อย่างรวดเร็ว ธนาคารจ่ายเงินวันนี้และคุณสัญญาว่าจะจ่ายคืนทีหลัง ถ้าคุณจ่ายยอดคงค้างทั้งหมดทุกเดือน มันสามารถเป็นเครื่องมือที่สะดวก ถ้าคุณมียอดค้างชำระ มันจะกลายเป็นหนี้อุปโภคบริโภคที่แพงที่สุดประเภทหนึ่ง
คุณแตะ รูด หรือเสียบบัตร
ธนาคารจ่ายเงินให้ร้านค้า ตอนนี้คุณเป็นหนี้ธนาคาร ในตอนนั้นรู้สึกง่ายและไม่เจ็บปวด
ช่วงปลอดดอกเบี้ย
ถ้าคุณจ่ายยอดคงค้างทั้งหมดภายในวันครบกำหนด คุณจ่ายดอกเบี้ย 0% นี่คือเหตุผลที่บางคนใช้บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือที่สะดวก
การจ่ายขั้นต่ำและดอกเบี้ย
บัตรเครดิตในไทยมักกำหนดให้ชำระขั้นต่ำ 10% ของยอดคงค้าง เว้นแต่มีมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวที่อนุญาตให้จ่ายขั้นต่ำน้อยกว่า ตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมบริการ และค่าธรรมเนียมรวมกันสูงสุดไม่เกิน 16% ต่อปี
วงจรหนี้
คุณสูญเสียรายได้หรือเผชิญเหตุฉุกเฉิน คุณจ่ายขั้นต่ำไม่ไหว ค่าปรับล่าช้าพอกพูน ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประวัติเครดิตเสียหาย โทรศัพท์ทวงหนี้เริ่มมา และอาจถูกดำเนินการทางกฎหมาย
บัตรเครดิตเปลี่ยนความรู้สึกเรื่องการใช้จ่าย งานวิจัยหลายชิ้นแสดงว่าคนใช้จ่ายมากขึ้น 12–18% เมื่อใช้บัตรเครดิตแทนเงินสด[1] ทำไม? การแตะบัตรทำให้การจ่ายเงินดูไม่เจ็บปวด งานวิจัยแสดงว่าการจ่ายด้วยบัตรเครดิตลด "ความเจ็บปวดจากการจ่ายเงิน" ทางจิตวิทยา[2] เงินสดจับต้องได้ คุณมอบเงินจริงๆ ออกไปและรู้สึกถึงการสูญเสียทันที เมื่อสิ่งใดรู้สึกง่าย เรามักจะทำมากขึ้น เยี่ยมชมหน้าการทำงบประมาณของเราเพื่อเรียนรู้กลยุทธ์เพิ่มเติมในการใช้จ่ายน้อยลงและปลดหนี้
ถ้าคุณจ่ายยอดคงค้างเต็มจำนวนไม่ได้ ธนาคารจะได้เงินจากดอกเบี้ยของคุณมากกว่าที่คุณจะได้จากรางวัล รางวัลบัตรเครดิตไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำให้คุณรวยขึ้น แต่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้คุณใช้จ่ายมากขึ้น ยิ่งรูดมาก ธนาคารยิ่งได้เงินมาก
ตัวอย่าง: บัตรเครดิตให้เงินคืน 10% ที่ร้านกาแฟ คุณรู้สึกว่าประหยัดเงินเลยไปบ่อยขึ้น ผ่านไประยะหนึ่งกลับใช้จ่ายกับกาแฟราคาแพงมากกว่าเดิมเพราะเลือกบัตรรางวัล จะดีกว่าไหมถ้าตั้งงบกาแฟสัปดาห์ละแก้วแล้วไม่เล่นเกมพวกนี้ของบัตรเครดิตจะดีกว่าไหม?
บัตรเดบิตทำได้เกือบทุกอย่างที่บัตรเครดิตทำ โดยไม่มีความเสี่ยงที่จะใช้จ่ายเกินตัว บัตรเดบิตใช้เงินที่มีอยู่แล้วในบัญชีธนาคาร สำหรับหลายคน โดยเฉพาะคนที่พยายามปลดหนี้ บัตรเดบิตเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า ถ้าคุณสามารถใช้ชีวิตภายในงบประมาณที่เขียนไว้และจ่ายยอดคงค้างเต็มจำนวนทุกเดือน บัตรเครดิตสามารถใช้เป็นเครื่องมือได้ แต่ทันทีที่คุณเริ่มมียอดค้างชำระ เครื่องมือนั้นก็จะกลายเป็นของที่แพงมาก
สินเชื่อส่วนบุคคลและหนี้นอกระบบ
สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน หมายความว่าไม่มีทรัพย์สินค้ำประกันเช่นบ้านหรือรถ เพราะเหตุนี้ธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยสูงประมาณ 10–25% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมายคือ 25% กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย สินเชื่อเหล่านี้ถูกโฆษณาว่า "อนุมัติเร็ว" หรือ "เงินด่วน" แต่เป็นหนึ่งในรูปแบบการกู้ยืมที่แพงที่สุด เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงสินเชื่อส่วนบุคคล
เคยเห็นนามบัตรวางหน้าบ้านเขียนว่า "ต้องการเงิน? โทรเบอร์นี้" หรือไม่? นั่นคือเจ้าหนี้นอกระบบ และพบได้ทุกที่ สัญญาณเตือนของเจ้าหนี้นอกระบบ ได้แก่ ไม่มีเอกสารอย่างเป็นทางการ ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ไม่ตรวจสอบเครดิต และคำสัญญาเช่น "อนุมัติง่าย" หรือ "ไม่ต้องถามอะไรมาก" พร้อมปล่อยเงินสดอย่างรวดเร็ว พวกเขาคิดดอกเบี้ยสูงมากและมักเรียกเก็บเงินทุกวันหรือทุกสัปดาห์
สินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารที่ถูกกฎหมายอาจมีดอกเบี้ยสูงสุด 25% ต่อปี หรือ ~2% ต่อเดือน เจ้าหนี้นอกระบบอาจคิดดอกเบี้ย 10 ถึง 20% ต่อเดือน ซึ่งเท่ากับ 120 ถึง 240% ต่อปี พวกเขามักใช้ความกลัว ความอาย และการข่มขู่เพื่อกดดันผู้กู้ ถ้าจ่ายช้า บางคนอาจเพิ่มระดับเป็นการคุกคามหรือข่มขู่ อยู่ให้ห่างจากพวกเขาไว้!
หลายคนคิดว่าการรวมหนี้คือคำตอบ ส่วนใหญ่แล้ว นี่เป็นเพียงพลาสเตอร์ปิดแผลที่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา นั่นคือพฤติกรรมของคุณ ไม่ว่าจะจัดเรียงหนี้อย่างไร สุดท้ายคุณก็ยังต้องใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้และรับผิดชอบการตัดสินใจทางการเงินของตัวเอง ทางออกที่แท้จริงคือการเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้คุณเป็นหนี้ตั้งแต่แรก
เครดิตบูโร (NCB)
NCB คือบริษัทเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาล ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลบัญชีสินเชื่อจากสถาบันการเงินสมาชิกและจัดทำรายงานเครดิตและคะแนนเครดิต เมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อ ผู้ให้กู้จะเข้าถึงรายงานของคุณเพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะอนุมัติสินเชื่อให้คุณหรือไม่
จริงๆ แล้วไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "แบล็กลิสต์"[1] นี่เป็นความเชื่อผิดๆ ที่พบบ่อย รายงานเครดิตของคุณเพียงแสดงประวัติสินเชื่อ และถ้าผู้ให้กู้ไม่ชอบสิ่งที่เห็น พวกเขาก็ปฏิเสธคำขอ คุณสามารถตรวจสอบรายงานเครดิตได้ฟรีที่ไปรษณีย์ หรือดาวน์โหลดแอปเพื่อขอรายงาน แล้วระบบจะส่งให้ทางอีเมล[2]