หน้าแรก เครื่องคำนวณ ดาวน์โหลด

วิธีจัดทำงบประมาณ

ควบคุมเงินของคุณด้วยแผนที่เรียบง่าย

💪

ควบคุมเงินของคุณ

หลักสำคัญของงบประมาณที่ดีนั้นง่ายมาก: ใช้เงินให้น้อยกว่าที่หามาได้ งบประมาณเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดที่คุณสามารถใช้เพื่อควบคุมการเงินของคุณ คนส่วนใหญ่ปล่อยให้เงินควบคุมการตัดสินใจของตนเองเพราะไม่เคยวางแผนการใช้เงินอย่างชัดเจน งบประมาณทำให้คุณเป็นเจ้านายของเงินและบอกเงินว่าควรไปที่ไหน

ขั้นตอนในการทำงบประมาณนั้นเรียบง่าย ส่วนที่ยากคือการเปลี่ยนพฤติกรรมและทำตามอย่างต่อเนื่อง ผมเดาว่าคุณเข้ามาเจอเว็บไซต์นี้เพราะเหนื่อยกับการใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนและจมอยู่กับหนี้ ข่าวดีก็คือยังมีความหวัง

หยิบกระดาษและดินสอ หรือเปิดสเปรดชีตในคอมพิวเตอร์ และทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ การพิมพ์รายการเดินบัญชีธนาคารล่าสุดของคุณออกมาและชงกาแฟสักถ้วยก็อาจช่วยได้ มาเริ่มกันเลย

ขั้นที่ 1

ระบุรายได้ของคุณ

คุณต้องรู้ว่าแต่ละเดือนมีเงินเข้ามาเท่าไหร่ ให้เริ่มต้นด้วยการระบุรายได้ทั้งหมดของครัวเรือน ถ้าคุณแต่งงานแล้ว ให้รวมรายได้ของทั้งสองคน เพราะคุณกำลังทำสิ่งนี้ไปด้วยกัน ถ้ารายได้ของคุณไม่เท่ากันทุกเดือน ใช้ค่าเฉลี่ยไปก่อน

ในเดือนต่อ ๆ ไป คุณสามารถรวมรายได้พิเศษแบบครั้งเดียวที่ได้จากการขายของหรือจากแหล่งอื่น ๆ เข้ามาด้วย แต่สำหรับงบประมาณแรกนี้ เราจะดูเฉพาะรายได้ประจำรายเดือนเท่านั้น

แหล่งรายได้จำนวนเงิน
เงินเดือนสามี25,000
เงินเดือนภรรยา20,000
รายได้เสริม5,000
รายได้รวม฿50,000
ขั้นที่ 2

ระบุรายจ่ายของคุณ

ตอนนี้ถึงเวลาที่จะเป็นเจ้านายและบอกเงินของคุณว่าจะไปที่ไหนโดยการระบุรายจ่าย การทำงบประมาณครั้งแรกอาจต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง แต่จะง่ายขึ้นในเดือนถัด ๆ ไป

ตรวจดูรายการเดินบัญชีธนาคารและรวมยอดที่ใช้จ่ายในแต่ละหมวดของเดือนที่แล้ว ระบุยอดชำระหนี้รายเดือนทั้งหมด และรวมเงินออมรายเดือนที่คุณวางแผนจะเก็บไว้ด้วย เงินออมไม่ใช่รายจ่ายจริง ๆ แต่เราถือว่าเป็นรายจ่ายเพราะเงินนั้นถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารอีกบัญชีหนึ่ง

รายการรายจ่ายของคุณอาจมีหน้าตาคล้ายกับตัวอย่างด้านล่างนี้ แปลกใจไหม? คุณอาจตกใจเมื่อเห็นว่าใช้เงินในบางหมวดไปมากแค่ไหน นั่นเป็นเรื่องดี คุณต้องเห็นปัญหาก่อนจึงจะแก้ไขได้

รายจ่ายจำนวนเงิน
อาหาร5,000
ค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน10,000
ค่าไฟ1,500
ค่าน้ำ300
ค่าโทรศัพท์700
ค่าอินเทอร์เน็ต500
เงินสำรองฉุกเฉิน2,000
ค่าสองแถว800
ค่าน้ำมันรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์1,200
ของใช้ในบ้าน3,000
ค่าผ่อนรถยนต์12,000
ค่าผ่อนบัตรเครดิต5,000
ค่าผ่อนหนี้การศึกษา2,000
รายจ่ายรวม฿45,000
ขั้นที่ 3

รายได้ − รายจ่าย = ศูนย์

เป้าหมายคือให้เงินทุกบาทมีหน้าที่ เพื่อให้เหลือเงินศูนย์บาทท้ายงบประมาณของคุณ ทุกบาทต้องมีจุดประสงค์ มันจะออกมาลงตัวพอดีทุกสิ้นเดือนหรือไม่? คงไม่ แต่คุณควรพยายามให้ใกล้เคียงที่สุด ในตัวอย่างของเรา มีเงินเหลืออีก ฿5,000 ที่ต้องจัดสรร

รายได้
฿50,000
รายจ่าย
฿45,000
=
คงเหลือ
฿5,000

ถ้ารายได้ลบด้วยรายจ่ายได้ผลเป็นบวก นั่นเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องกำหนดหน้าที่ให้เงินที่เหลือนั้นด้วย ถ้าคุณกำลังปลดหนี้โดยใช้วิธีสโนว์บอลปลดหนี้ ให้นำเงินส่วนเกินทั้งหมดไปโปะหนี้ก้อนที่คุณกำลังเน้นปลดอยู่

ถ้ารายได้ลบด้วยรายจ่ายได้ผลเป็นลบ คุณต้องหาวิธีลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ หรืออาจต้องทำทั้งสองอย่าง ตราบใดที่ตัวเลขนั้นยังเป็นลบ คุณก็จะยังขุดหลุมทางการเงินให้ลึกลงเรื่อย ๆ

ขั้นที่ 4

ถามคำถามที่ยาก ๆ กับตัวเอง

ตอนนี้ที่คุณคำนวณเสร็จแล้ว ถึงเวลาต้องถามตัวเองด้วยคำถามที่ตอบยาก จำไว้ว่าถ้าคุณไม่เปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้คุณเจอปัญหาทางการเงินนี้ คุณจะไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้ ดูรายการรายจ่ายของคุณและหาจุดที่ประหยัดได้ ไล่ดูทุกหมวดอย่างละเอียดทีละหมวด

  • ทำไมฉันสั่งกะเพรา 90฿ บน Grab ในเมื่อทำเองที่บ้านใช้แค่ 30฿?
  • ฉันกำลังจ่ายค่าสมาชิกที่ตอนนี้ไม่จำเป็นอยู่หรือเปล่า? Netflix?
  • ทำไมฉันปล่อยให้อาหารเน่าเสียในตู้เย็น แทนที่จะวางแผนมื้ออาหารให้ดีกว่านี้?
  • ทำไมฉันเสีย 120฿ ค่าแท็กซี่แอร์ ในเมื่อนั่งสองแถวเหลือง 10฿ ก็ได้?
  • ฉันควรขายรถแล้วซื้อคันที่ถูกกว่าไหม?
  • ฉันใช้เงินทำเล็บไปเยอะขนาดนั้นเลยหรือ?!?!
  • ทำไมฉันซื้อไข่ราคาแพงที่ 7-11 ในเมื่อที่แม็คโครถูกกว่า?
  • ถ้าใช้มอเตอร์ไซค์แทนรถยนต์ จะประหยัดน้ำมันได้เท่าไหร่?
  • จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตที่บ้านไหม ในเมื่อที่ทำงานใช้ฟรีได้? แชร์กับเพื่อนบ้านได้ไหม?
  • ทำไมฉันไปตลาดหรือร้านค้าโดยไม่มีรายการ จนสุดท้ายซื้อของเกินความจำเป็น?
  • ทำไมฉันจ่าย 100฿ ที่คาร์แคร์อัตโนมัติใหม่ ในเมื่อล้างเองที่บ้านได้ใน 30 นาที?
  • ทำไมฉันซื้อของแบรนด์เนม ในเมื่อรุ่นที่ถูกกว่าก็ใช้ได้ดี?
ขั้นที่ 5

ติดตาม ปรับ และทำต่อไป

งบประมาณของคุณพร้อมใช้งานแล้ว หากต้องการความช่วยเหลือ ลองไปดูที่หน้าดาวน์โหลดและใช้แบบฟอร์มติดตามงบประมาณของเรา คอลัมน์หนึ่งแสดงงบประมาณที่คุณวางแผนไว้ ส่วนอีกคอลัมน์แสดงค่าใช้จ่ายจริง ติดตามรายจ่ายของคุณอย่างรอบคอบ และอัปเดตคอลัมน์นั้นทุกสัปดาห์หรือแม้กระทั่งทุกวัน เพื่อให้เห็นว่าคุณทำได้ดีแค่ไหน

งบประมาณนี้เป็นของคุณ คุณคือเจ้านายของเงินของคุณ ดังนั้นจงปรับได้ตามต้องการ ถ้าคุณพบว่า ฿3,000 ไม่พอสำหรับค่าอาหารในแต่ละเดือน เปลี่ยนตัวเลขและลองใหม่ในเดือนถัดไป งบประมาณแทบจะไม่เคยสมบูรณ์แบบ แต่มันจะช่วยนำทางการใช้จ่ายของคุณ

เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะเก่งขึ้นมากในการประเมินว่าแต่ละเดือนต้องใช้เงินในแต่ละหมวดเท่าไหร่ ปลายเดือนทุกเดือน จงนั่งลงและตรวจให้แน่ใจว่างบประมาณพร้อมสำหรับเดือนใหม่ ถ้าคุณแต่งงานแล้ว ให้ทำด้วยกัน งบประมาณต้องกลายเป็นนิสัย ตั้งการแจ้งเตือนรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนเพื่อทบทวนหรืออัปเดต สิ่งนี้จะไม่รู้สึกยากไปตลอด ในที่สุด การใช้ชีวิตอย่างประหยัด คอยสังเกตการใช้จ่าย และการอยู่ให้ห่างจากหนี้ จะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติ

เครื่องมือที่ช่วยได้

💰 ระบบซองเงินสด

อีกวิธีหนึ่งในการจัดการรายจ่ายคือการใช้ซองเงินสด ถ้าคุณวางแผนจะใช้ ฿2,000 สำหรับค่าอาหาร ให้ใส่ ฿2,000 ในซองและซื้ออาหารด้วยเงินสดนั้นเท่านั้น เพื่อน ๆ อาจล้อเลียนคุณ แต่พวกเขาอาจจะถังแตก มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าคนมักจะใช้เงินน้อยลงเมื่อใช้เงินสด เมื่อซองว่างเปล่า คุณก็หยุดใช้จ่ายในหมวดนั้น หรือย้ายเงินจากซองอื่น บางคนถึงกับพกเงินสดหลายซอง โดยแต่ละซองถูกกำหนดให้ใช้ในหมวดรายจ่ายที่ต่างกัน

🌙 กฎ “วันพรุ่งนี้”

ถ้าคุณอยากซื้อของบางอย่างที่ไม่จำเป็นจริง ๆ รอจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ นี่เป็นกฎที่ดีสำหรับการตัดสินใจหลาย ๆ อย่างในชีวิต เรามักจะตัดสินใจได้ดีขึ้นหลังจากได้นอน เพราะมันช่วยให้เรารีเซ็ตและคิดได้ชัดเจนมากขึ้น เรามักจะมีการควบคุมตัวเองและวิจารณญาณที่ดีกว่าในตอนเช้า ฟังดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่คุณอาจจะประหลาดใจว่ามีกี่ครั้งที่วันถัดมาคุณตัดสินใจว่าจริง ๆ แล้วคุณไม่ได้อยากได้สิ่งที่อยากได้เมื่อคืนก่อน

📅 เช็กงบประมาณเย็นวันอาทิตย์

ทำให้เป็นนิสัยที่จะทบทวนและอัปเดตงบประมาณทุกเย็นวันอาทิตย์ หรือในเวลาอื่นที่กำหนดไว้ในแต่ละสัปดาห์ พิมพ์รายการเดินบัญชีธนาคารและใช้เพื่ออัปเดตตัวเลขของคุณ หากคุณเพิ่มหมายเหตุในการโอน หมายเหตุเหล่านั้นจะปรากฏในรายการเดินบัญชีและช่วยให้คุณติดตามรายจ่ายได้

🏦 บัญชีธนาคารหลายบัญชี

เปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชีและตั้งชื่อเล่นในแอปธนาคารเพื่อให้คุณจำจุดประสงค์ของแต่ละบัญชีได้ ทันทีที่ได้รับเงินเดือน ให้โอนเงินเข้าบัญชีเหล่านั้นตามงบประมาณของคุณ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเก็บ ฿2,000 ต่อเดือนสำหรับเงินสำรองฉุกเฉิน ให้โอน ฿2,000 ไปยังบัญชีนั้นและอัปเดตงบประมาณของคุณ

คุณอาจมีบัญชีแยกสำหรับค่าอาหาร เงินออม ค่าสุขภาพ ค่ายานพาหนะ ค่าการศึกษา และหมวดอื่น ๆ มันเหมือนกับการใช้ซองเงินในรูปแบบดิจิทัล และช่วยแยกเงินสำหรับความต้องการในอนาคตออกจากบัญชีใช้จ่ายหลัก เมื่อคุณโอนเงินระหว่างบัญชี ให้ใส่หมายเหตุในคำอธิบายการโอนเพื่อจำเหตุผลที่คุณย้ายเงินนั้น

ผมแนะนำให้มีอย่างน้อยสามบัญชี ได้แก่ บัญชีครัวเรือนสำหรับใช้จ่ายทั่วไป เงินสำรองฉุกเฉิน และบัญชีวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (ดูในหัวข้อถัดไปด้านล่าง) แอปธนาคารของกสิกรไทยถือว่าดีที่สุดแอปหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีซองเงินดิจิทัลและฟีเจอร์งบประมาณในตัว

💰

วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (Sinking Fund)

รายจ่ายส่วนใหญ่ในงบประมาณของคุณเป็นรายจ่ายรายเดือน เช่น ค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภค การวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเป็นวิธีเตรียมตัวสำหรับรายจ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน แทนที่จะเจอบิลประกันรถที่คุณลืมไปอย่างไม่ทันตั้งตัว คุณวางแผนล่วงหน้าและเก็บออมทีละน้อย สิ่งนี้มักถูกติดตามในกระดาษหรือสเปรดชีตแยกต่างหาก คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้ที่หน้าดาวน์โหลดของเรา

ในตัวอย่างด้านล่าง คนคนนี้มีรายจ่าย 6 อย่างที่ต้องเตรียมเงินไว้ล่วงหน้า ในงบประมาณหลัก เขาแค่เพิ่มหมวดรายจ่ายหนึ่งหมวดชื่อว่า ‘วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า’ และโอน ฿6,800 เข้าบัญชีนั้นทุกเดือน

เก็บออมเพื่อ ถึงกำหนด จำนวนที่ต้องใช้ ÷ เดือน งบรายเดือน
ประกันภัยรถยนต์ มี.ค. ’27 ฿9,600 12 ฿800
ซ่อมบ้าน มี.ค. ’27 ฿12,000 12 ฿1,000
ค่าเทอมโรงเรียน พ.ย. ’26 ฿8,000 8 ฿1,000
ของขวัญคริสต์มาส ธ.ค. ’26 ฿9,000 9 ฿1,000
ท่องเที่ยว / พักผ่อน มิ.ย. ’26 ฿6,000 3 ฿2,000
ของขวัญวันเกิด ธ.ค. ’26 ฿9,000 9 ฿1,000
รวม ฿6,800